helpful tips..........
ความคิดสร้างสรรค์
บทความว่าด้วยเรื่องความคิดสร้างสรรค์ เพื่อชีวิตที่มีสีสัน
<
back

สไตล์เลียนแบบได้  ความคิดสร้างสรรค์เลียนแบบไม่ได้
-----------------------------------------------------------------------------
กว่าจะเติบโตจนมาเป็นตัวเราทุกวันนี้ เราเรียนรู้ผ่านการเลียนแบบคนมามากมายโดยไม่รู้ตัว
ยกตัวอย่างนะครับ... เราเปิด magazine เล่มนึง เห็นรูปนายแบบแต่งตัวหล่อมาก... เฮ้ยดูดี! อยากเป็นแบบนี้บ้าง! ไหนดูสิ ยี่ห้ออะไร? จะได้ไปซื้อมาใส่บ้าง... ถ้าเรามี idol ในดวงใจ เราก็จะดูว่า เขาพูดอย่างไร? หัวเราะยังไง? เดินยังไง? คิดอย่างไร? กินอะไร? ดื่มอะไร? อ๋อ... ดื่มไวน์หรอ งั้นดื่มด้วย, อ๋อ... ถือกระเป๋ายี่ห้อนี้หรอ งั้นถือด้วย ว่ากันตามตรง การเลียนแบบมันไม่มีอะไรมากครับ ก็แค่รวบรวมข้อมูลมาเยอะๆ ผ่านการดู, การฟัง, การอ่าน อะไรก็ตามที่เราคิดว่าใช่ เราก็เก็บมาใส่ตัวเรา อะไรที่ไม่ใช่ ก็โยนทิ้งไป เราเอามาจากคนโน้นนิดนึง หนังสือเล่มนั้น อีกหน่อยนึง จนในที่สุด ก็หลอมรวมกันกลายมาเป็นเรา ที่ไม่เหมือนใคร (แค่อาจมีความคล้ายๆ)
ครับ... เรารวบรวมทุกอย่างที่เราชอบ แล้วเอามาพัฒนาจนกลายมาเป็นเรา... ว้าว... ฟังดูไม่เลวเลยเนอะ ว่าไหม? ใครมีแบบอย่างที่ดี ก็มั่นใจได้ 80% แล้วว่าต้องดีตามแน่นอน wink
...
แล้วไงต่อ? จบหรือยัง? ยังไม่จบครับ 555 คราวนี้ เรามาพูดเรื่อง ความคิดสร้างสรรค์ กันบ้างดีกว่า...
คุณเคยเจอคนที่มี Creativity มากๆไหมครับ? ผมไม่ได้พูดถึงคนแต่งตัวแหวกๆแนวๆนะครับ เพราะคนแต่งตัวแนวนี้อาจเลียนแบบคนอื่นมาอีกทีก็ได้ แต่ผมหมายถึงคนที่เวลาคุยด้วยแล้วเขามีวิธีคิด มี idea เจ๋งๆไม่เหมือนใคร แถมใช้ได้จริง... คุยกับคนพวกนี้สนุกดีนะครับ มันมีสีสัน เหมือนกับตัวอักษร Creativity ในรูปนั่นแหละครับ
...
สมมติในห้องประชุม มีปัญหาแบบใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน
คนที่เลียนแบบจนชิน จะไม่สามารถเสนอทางออกให้ได้ เพราะเขาสามารถแก้ได้เฉพาะสิ่งที่เขาเคยมีประสบการณ์ เท่านั้น ในขณะที่ คนที่มี Creativity จะสามารถเสนอแนวทางการแก้ปัญหาได้
...
ครับ... โลกเรามันไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ นั่นเองจึงเป็นเหตุผลที่ Creativity ถูกยกให้เป็น the most important leadership quality 
พูดง่ายๆ เมื่อเจอปัญหา leader คือคนที่สามารถบอกทุกคนได้ว่า ใครต้องทำอะไร? ไม่ใช่นั่งอึ้ง ไปต่อไม่ถูก
...
แล้วต้องทำยังไงถึงจะมี Creativity ล่ะ? กินซุปไก่ช่วยไหม? อันนี้ผมไม่แน่ใจนะครับ 555 แต่ที่แน่ๆ Creativity มันฝึกกันได้!
วิธีก็ง่ายๆครับคือ “ถามเยอะๆ” ซึ่งการถามในที่นี้ ผมหมายถึง 1 ถามตัวเองก็ได้ และ 2 ถามคนอื่น
คำถามที่ควรถามที่สุดคือ “จะทำอย่างไรให้ ดีขึ้น เจ๋งขึ้น?” หรือ “เราจะเพิ่มมูลค่าให้ของตรงหน้าได้อย่างไร?”
การถามตัวเอง เราจะได้ฝึกคิด วิเคราะห์ด้วยตัวเอง ขณะที่การถามคนอื่น เราจะได้ไม่อยู่แต่ในกรอบความคิดของตัวเอง ได้เจอ สมองอื่นๆ สีสันอื่นๆดูบ้าง เพราะทุกคำถาม ไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว (แต่อาจมีดีกว่า, เหมาะสมกว่า)
...
เช่นนะครับ... ย้อนไปเรื่องที่เราเปิด magazine ดูรูปนายแบบที่แต่งตัวหล่อมากๆ... แทนที่จะไปดูว่าเสื้อยี่ห้ออะไร? แล้วซื้อมาใส่ ลองวิเคราะห์สิครับ...
ทำไมไอ้นายคนนี้มันดูดีจังหว่า? เขา mix สีเสื้อผ้ายังไง? Design เสื้อผ้าเป็นแบบไหน? แล้วเราจะทำให้เขาหล่อกว่านี้ได้ไหมนะ? พอได้คำตอบปุ๊ป เก็บไว้ในใจก่อนนะครับ ถามเพื่อนที่นั่งข้างๆคุณเลยครับว่า “เฮ้ย มึงๆ ดูอีตานี่สิ มึงคิดว่าเขาหล่อไหม? ทำไมเขาถึงดูดีวะ?” ลองดูสิครับ สนุกๆ ขำๆ
...
มาฝึก Creativity กันนะครับ “สังเกตและจดจำ” ทุกอย่างรอบตัวเพื่อเพิ่มต้นทุนทางความคิด และ “ตั้งคำถาม” เพื่อลับสมองให้คมกริบอยู่เสมอ
จบละครับ... ว่าแต่ คุณคิดว่าบทความนี้ จะเขียนอย่างไรให้มันเจ๋งขึ้นครับ? 555

นายปลั๊กไฟ

light up living for...  
34
years
2
months
30
days
6
hours
21
minutes
43
seconds