helpful tips..........
แสงไฟกับดวงตา
บทความที่จะทำให้คุณได้ทั้งความรู้และความสนุกสนานเกี่ยวกับแสงและดวงตา
<
back

แสงไฟกับดวงตา

-----------------------------------------------------------------------------

ผมเป็นคนชอบอ่าน ซึ่งคำว่า “อ่าน” ของผม ไม่ใช่การอ่านหนังสือ แต่เป็นการอ่านจากจออะไรสักอย่าง เช่น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต หรือ คอมพิวเตอร์

ในกรณีที่คุณชอบอ่านหรือมองหน้าจอเยอะๆ มันก็มีข้อเสียอยู่ครับ กล่าวคือ หน้าจอ LED ที่คุณจ้องอยู่ขณะนี้ มันเกิดจากจุด pixel เล็กๆจำนวนมากกระพริบตลอดเวลาอย่างรวดเร็ว (เร็วจนเราไม่รู้สึกว่ามันกะพริบ) ซึ่งแสงที่จ้าและกระพริบจะทำให้ตาล้าครับ นอกจากนี้ ถ้าจอคุณเล็ก คุณก็จะเพ่ง ถ้าจอใหญ่ ตาก็ต้องกรอกไปมา ก็ยิ่งล้าเข้าไปอีก...

มาว่าด้วยเรื่องความจ้าของจอกันบ้าง คุณคงสังเกตเห็นแหละว่า จอของอุปกรณ์สมัยใหม่ พอคุณอยู่ในที่สว่าง มันก็ปรับหน้าจอตัวเองให้สว่างขึ้น พอคุณปิดไฟเตรียมนอน (แต่ยังเปิดมือถือเล่นต่อ) มันก็ปรับหน้าจอตัวเองให้มืดลง...
ครับ... หลักคิดเบื้องหลังก็คือ การถนอมสายตา นั่นแหละครับ

แต่ดูแลสายตามันไม่ใช่แค่นั้น เพราะตาของเราก็เหมือนของใช้อย่างอื่นๆแหละครับ ต้องได้หยุดพักบ้าง (นอนหลับ), ต้องได้รับการบำรุง (ทานวิตามิน A และทำให้ชุ่มชื้น) และ ต้องใช้มันอย่างถนอม (ใช้ในที่ๆมีแสงสว่างพอเหมาะ)

ลองมาลงรายละเอียดให้ลึกลงไปอีกหน่อยดีกว่า…

เอาเรื่องการรักษาตาให้ชุ่มชื้นก่อนละกันครับ... อาการตรงกันข้ามก็คือตาแห้งครับ อาการของคนตาแห้งก็คือ จะรู้สึกเหมือนว่าไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงในตา ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายตา ซึ่งถ้าปล่อยไว้ จะส่งผลให้กระจกตาเป็นแผลหรือถลอก ทำให้ตาไม่ใส นอกจากนี้ยังเจ็บตาและสู้แสงไม่ได้

วิธีแก้เบื้องต้น ให้คุณกระพริบตาให้ถี่ขึ้น หรือหลับตาไปเลยก็ได้ กล่าวคือ เวลาคุณจดจ่อหรือมีสมาธิกับอะไรสักอย่าง เช่น ทำงาน, ขับรถ, ดูหนัง คุณจะกระพริบตาน้อยลง จากปกติประมาณ 20 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 6-8 ครั้งต่อนาที ดังนั้นถ้าคุณมีสติ รู้ตัวเมื่อไหร่ ก็กระพริบตาให้ถี่ขึ้นครับ นอกจากนี้ การพักผ่อนให้เพียงพอ และการหยอดน้ำตาเทียมก็ช่วยได้ครับ

ต่อมาเรื่องการใช้สายตาในที่ๆมีแสงสว่างเหมาะสม…

สำหรับเรื่อง ค่าลักซ์ที่เหมาะสม (ค่าความสว่างที่ตกบนพื้นผิว) เนื่องจากมันค่อนข้างละเอียด ผมจึงขอแยกเป็นอีกหัวข้อนึงนะครับ

แต่โดยหลักๆ เขียนออกมาได้ 2 เรื่องย่อยคือ การใช้สายตาในที่มืดหรือสว่างเกินไป

มาเริ่มจาก การใช้สายตาในที่มืดก่อนดีกว่าครับ...

พฤติกรรมคนสมัยใหม่ ก่อนนอนก็ปิดไฟ แต่ก็เล่นมือถือต่ออีกสักพัก ให้มันเคลิ้มๆแล้วค่อยนอน จริงไหมครับ...? (ผมก็เป็น 555)

พฤติกรรมนี้ จะทำให้สายตาของคุณพังเร็วมาก เพราะยิ่งมืดหรือตัวหนังสือยิ่งเล็กก็ยิ่งเพ่ง... พอยิ่งเพ่ง กล้ามเนื้อตาก็ยิ่งล้า... ยิ่งล้า สายตาก็ยิ่งสั้นเร็วขึ้นไปอีก ดังนั้นเปิดไฟเล่นเถอะครับ

นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อต้อหินด้วย เพราะเมื่อลูกตาทำงานหนัก ความดันในลูกตาย่อมมากขึ้น ซึ่งความดันในลูกตานี่แหละคือต้นเหตุของต้อหิน

ต่อมา ว่าด้วยเรื่องการมองไปยังที่ๆมีความเข้มแสงมากเกินไปบ้างครับ

กล่าวคือ เรตินาเป็นอวัยวะภายในลูกตาเราซึ่งไวต่อแสงมาก เมื่อสว่างเกินไป เราจะหันหน้าหนีหรือหรี่ตา เมื่อสว่างน้อยไป เราก็จะเริ่มเพ่ง

สิ่งที่ต้องระวังมากคือการมองไปยังที่ๆสว่างเกินไปจนแสบตา หรือ ทำให้เราตาพร่า เช่นมองพระอาทิตย์, มองหาดทรายสีขาว เรตินาของคุณกำลังถูกทำลายอยู่ ซึ่งถ้าเรตินาพังเมื่อไหร่ ตาก็บอดเมื่อนั้นครับ
ตัวอย่างผู้ที่ตาบอดจากกรณีนี้ก็เช่น กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก ผู้ค้นพบจุดดำ (หรือจุดดับ) บนดวงอาทิตย์ครับ แม้จะเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการตาบอดทั้ง 2 ข้าง

หรือ ดารารุ่นเก่าของไทยท่านหนึ่ง เนื่องจากตอนสาวๆมีชื่อเสียงมาก จึงมีงานเข้ามามาก พอรับงานมากๆ โดนไฟ Spot light แรงๆส่องตาไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ทำให้เสียดวงตาไป

หรือ ลัทธิอามุนรา (Golden Down) ของอียิปต์โบราณซึ่งบูชาพระอาทิตย์ ซึ่งในยุคโบราณลัทธินี้ทำหน้าที่อัญเชิญยอดปิระมิดทองคำขึ้นไปประดิษฐานบนมหาปิรามิด ปัญหาคือเขาดันมีความเชื่อว่า การบูชาเทพเจ้าต้องมองพระอาทิตย์ นั่นจึงทำให้นักบวชของลัทธินี้บางคนต้องตาบอดครับ

แล้วทำไงดีล่ะ? ไปเที่ยวข้างนอกก็ใส่แว่นกันแดดสิครับ แต่ใส่กลางวันนะครับ กลางคืนอย่าใส่ เดี๋ยวตาสั้น 555

นอกเรื่องไปไกล ไว้จะมาเขียนต่อคราวหน้านะครับ

ปล. รักษาสายตาของคุณให้ดี สายตาเสียแล้วเสียเลยนะครับ ซ่อมไม่ได้

หาโคมไฟอ่านหนังสือสวยๆ ได้ที่ lightinghouse นะครับ :)

นายปลั๊กไฟ

light up living for...  
34
years
6
months
25
days
52
hours
16
minutes
31
seconds